News in Asia

ภัยเงียบ… มะเร็ง

สถิติโรคมะเร็งที่พบมากของผู้ชายไทยคือ มะเร็งตับและทางเดินน้ำดี มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งศีรษะและลำคอ ตามลำดับ

สำหรับมะเร็งที่พบมากของผู้หญิงไทยคือ มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม มะเร็งตับและทางเดินน้ำดี มะเร็งลำไส้ใหญ่ ตามลำดับ

อย่างไรก็ตามแนวโน้มปัจจุบันจะพบมะเร็งเต้านมมากขึ้นในสตรีไทย ซึ่งเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตประจำวันและอาหารการกินที่เลียนแบบตะวันตกมากขึ้น ทำให้โรคมะเร็งที่พบมากของผู้หญิงไทยเปลี่ยนแปลงไปตามแนวทางตะวันตกมากขึ้นเช่นกัน
อาการของโรคมะเร็ง
แบ่งเป็นอาการทั่วไป และอาการจำเพาะของแต่ละโรคในอวัยวะต่างๆ
อาการทั่วไป อ่อนเพลีย มีอาการร่วมกับการเบื่ออาหารและน้ำหนักลด (น้ำหนักลดไปประมาณร้อยละ 10 จากน้ำหนักเริ่มต้นภายในเวลา 6 เดือน ถือว่าผิดปกติ แต่ถ้าขึ้นๆ ลงๆ ไม่ถือว่าผิดปกติ) อาการเหล่านี้ไม่ได้จำเพาะกับโรคมะเร็งอย่างเดียว อาจเป็นอาการเกี่ยวข้องกับโรคอื่นด้วย เช่น ไทรอยด์ ซึ่งต้องพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม
อาการจำเพาะของแต่ละอวัยวะ
มะเร็งผิวหนัง มีแผล ที่ค่อยๆ โตขึ้นเรื่อยๆ (อาจใช้เวลาเป็นเดือน) ระยะเวลาการโตของก้อนเนื้อก็เป็นส่วนหนึ่งในการวินิจฉัยของแพทย์ด้วยเช่นกัน ผู้ป่วยในไทยเป็นมะเร็งผิวหนังไม่มากเมื่อเทียบกับชาวตะวันตก เพราะร่างกายของชาวตะวันตกไม่ค่อยมีเม็ดสี ไม่มีภูมิต้านทานต่อแสงแดด

อย่างไรก็ตามการที่มีแผลใดๆ เกิดขึ้นกับร่างกายอาจจะไม่จำเป็นต้องเป็นมะเร็งเสมอไป บางครั้งแผลนั้นอาจจะเป็นแผลติดเชื้อ ซึ่งจะมีอาการ คือ มีไข้ ปวด บวม แดง ร้อน ต่างจากแผลที่เกิดจากมะเร็งที่จะโตขึ้นเรื่อยๆ และมักไม่มีอาการปวด บวม แดง ร้อน
บางครั้งมะเร็งผิวหนังอาจจะเริ่มต้นจากเป็นไฝ ฝ้า แต่มีลักษณะผิดปกติคือโตขึ้นเรื่อยๆ ตัวอย่างเช่น มะเร็งเม็ดสี ซึ่งอาจจะมีลักษณะคล้ายปานดำ แต่ถ้าโตขึ้นเร็วผิดปกติก็น่าสงสัยว่าอาจจะเป็นมะเร็งได้
มะเร็งหู คอ จมูก พบได้ค่อนข้างบ่อยทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เพราะมีปัจจัยจากการดื่มเหล้า สูบบุหรี่ แม้ปัจจัยหลักของโรคมะเร็งจะเป็นเรื่องของพันธุกรรมซึ่งเป็นการแบ่งตัวที่ผิดปกติของเซลล์ แต่การสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า อาจจะเป็นปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้เกิดมะเร็งได้
อาการมะเร็งหู คอ จมูก เกิดได้หลายอย่าง แต่ที่เด่นชัดคือ มีก้อนโตขึ้นในช่องปากหรือช่องจมูก ทำให้การกลืนผิดปกติ ทำให้มีน้ำหนักลดลง มีเลือดออกจากตัวก้อนมะเร็ง (จากการขากเสมหะหรือคายน้ำลาย) มีอาการเจ็บคอ บางครั้งเป็นก้อนในช่องจมูกทำให้หายใจลำบากก็มี
ทุกคนสามารถตรวจร่างกายตัวเองได้เพื่อตรวจว่ามีก้อนผิดปกติหรือไม่ เพื่อจะได้ไปพบแพทย์เพื่อได้รับการวินิจฉัยและนำไปสู่การรักษาได้ทันท่วงที
มะเร็งปอด พบได้บ่อย โดยมีสาเหตุสำคัญจากการสูบบุหรี่ ผู้ป่วยจะมีอาการไอผิดปกติ หายใจลำบาก บางคนไอเป็นเลือด อาการที่พบได้บ่อยมาก คือ น้ำหนักลดไม่ทราบสาเหตุ บางคนไม่มีอาการอื่นๆ เลยแต่น้ำหนักลดมากผิดปกติ เมื่อตรวจร่างกายและเอกซเรย์จึงพบก้อนมะเร็ง
มะเร็งปอดอาจจะถือว่าเป็นภัยเงียบที่แท้จริงของโรคมะเร็ง เพราะบางครั้งผู้ป่วยไม่มีอาการใดๆ เลย แต่เอกซเรย์จึงพบ บางครั้งแม้จะมีก้อนที่ปอดแต่ก็ไม่มีอาการแสดงที่ปอดเลย กลับไปปรากฏที่อื่น เช่น ที่กระดูก (ทำให้กดกระดูก) ที่สมอง (ทำให้มีอาการสมองบวม ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน)
มะเร็งตับ พบบ่อยในผู้ชาย อาการคือ ปวดท้อง เนื่องจากมีก้อนที่ตับ หรือมีน้ำในช่องท้อง ท้องโตขึ้น ตาเหลือง ตัวเหลือง น้ำหนักลด อ่อนเพลีย โดยผู้ที่มีประวัติเป็นตับอักเสบมาก่อนจะมีโอกาสเป็นมะเร็งตับได้มากขึ้น (บางคนมีอาการเหลืองตามมือ แขน (ยกเว้นที่ ตา) นั่นเกิดจากการกินอาหารที่มีสารบีตาแคโรทีน เช่น แครอต มากเกินไป ซึ่งไม่ได้เป็นอาการตาเหลือง ตัวเหลืองที่แท้จริงของโรคมะเร็ง) หากพบว่ามีอาการตาเหลืองเกิดขึ้น ควรจะต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ว่ามีโอกาสเป็นโรคมะเร็งตับหรือไม่
มะเร็งของระบบทางเดินอาหาร มะเร็งสามารถเกิดได้ทุกตำแหน่งของระบบทางเดินอาหาร โดยตำแหน่งที่พบได้มากคือที่หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง
* มะเร็งหลอดอาหาร ผู้ป่วยจะมีอาการกลืนลำบาก กลืนเจ็บ เพราะมีการอุดกั้นของก้อนมะเร็ง ทำให้น้ำหนักลด บางคนอาจจะมีอาเจียนเป็นเลือด
* มะเร็งกระเพาะอาหาร มีอาการปวดจุกแน่นท้อง ถ้าก้อนมะเร็งใหญ่มีขนาดใหญ่มากอาจจะทำให้เกิดการอุดกั้นของกระเพาะอาหาร ทำให้อาหารไปต่อที่ลำไส้ไม่ได้ทำให้ผู้ป่วยมีอาการอาเจียนภายหลังกินอาหาร และมีน้ำหนักลดตามมา
* มะเร็งลำไส้ใหญ่ และลำไส้ตรง อาการถ่ายผิดปกติ เช่น ถ่ายเป็นเลือด หรือถ่ายอุจจาระลำเล็กลง บางคนอาจมาพบแพทย์ด้วยอาการซีดไม่ทราบสาเหตุ แต่เมื่อตรวจแล้วพบว่ามีเลือดออกในทางเดินอาหารเนื่องจากมีก้อนที่ลำไส้ใหญ่ เป็นสาเหตุทำให้ซีดลง ร่วมกับอาการทั่วไปคืออ่อนเพลีย น้ำหนักลด
มะเร็งของระบบทางเดินปัสสาวะ ระบบทางเดินปัสสาวะของคนเราประกอบด้วยอวัยวะหลายอย่าง คือ ไต 2 ข้างซ้าย-ขวา ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ ท่อปัสสาวะ ต่อมลูกหมาก แนวโน้มมะเร็งที่พบบ่อยคือ มะเร็งต่อมลูกหมาก แต่ก็พบมะเร็งชนิดอื่นๆได้ประปรายเช่นเดียวกัน
* มะเร็งไต ปัสสาวะเป็นเลือด เพราะเกี่ยวข้องกับระบบปัสสาวะ
* มะเร็งท่อไต พบได้น้อยมาก
* มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ ปัสสาวะเป็นเลือด หรือปัสสาวะขัดผิดปกติ
* มะเร็งต่อมลูกหมาก เกิดเฉพาะในผู้ชาย ผู้ป่วยจะปัสสาวะขัด เพราะต่อมลูกหมากโต (บางครั้งต่อมลูกหมากอาจโตขึ้นตามธรรมชาติเนื่องด้วยอายุที่มากขึ้น ไม่ใช่มะเร็ง) ปัจจุบันมีการตรวจเลือดหาค่า PSA เพื่อหาเชื้อมะเร็งต่อมลูกหมาก เดิมจะพบมะเร็งต่อมลูกหมากเมื่อโรคกระจายแล้ว ซึ่งมักกระจายไปที่กระดูก แต่ปัจจุบันพบน้อยลง เพราะใช้วิธีการตรวจเลือดหาค่า PSA ทำให้สามารถวินิจฉัยโรคได้ตั้งแต่อยู่ในระยะต้น
มะเร็งเต้านม โดยปกติมีการแนะนำให้ผู้หญิงตรวจเต้านมด้วยตัวเองตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป ปัจจุบันพบว่าผู้ที่เป็นมะเร็งเต้านมอายุน้อยลงเรื่อยๆ จากเดิมผู้ที่ป่วยเป็นมะเร็งเต้านมจะมีอายุตั้งแต่ 40-50 ปี หรือ 60 ปีขึ้นไป แต่ล่าสุดที่พบคืออายุ 22 ปี เนื่องจากแนวโน้มที่เปลี่ยนไปเช่นนี้ การตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตัวเองจึงมีความสำคัญมาก
อาการที่ตรวจพบคือคลำพบก้อนที่เต้านม อาจมีผิวหนังบริเวณก้อนหรือบริเวณหน้าอกผิดปกติร่วมด้วยเป็นลักษณะคล้ายผิวส้ม ซึ่งมีลักษณะขรุขระ มีรอยบุ๋ม แสดงว่าโรคเริ่มลุกลามแล้ว หรืออาจมีเลือดหรือหนองออกจากหัวนม มีแผลแตกเป็นหนองที่เต้านม เหล่านี้เป็นอาการไม่ปกติ และสงสัยว่าอาจจะเป็นมะเร็ง
การตรวจอีกวิธีหนึ่ง คือเอกซเรย์เต้านมที่เรียกว่า การตรวจแมมโมแกรม ซึ่งทำให้พบและรักษาโรคได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และมีโอกาสหายจากโรคได้มากขึ้น โดยแนะนำในสตรีที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปให้ตรวจปีละ 1 ครั้ง
มะเร็งของระบบอวัยวะสืบพันธุ์สตรี
* มะเร็งปากมดลูก มะเร็งชนิดนี้ไม่สามารถตรวจด้วยตัวเองได้ ต้องได้รับการตรวจร่างกายจากแพทย์เท่านั้น อาการที่พบคือ เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดหลังจากมีเพศสัมพันธ์ บางคนมีก้อนขนาดใหญ่มากก็จะปวดท้องน้อย หรือบางคนอาจมีอาการถ่ายผิดปกติ (ปัสสาวะหรืออุจจาระผิดปกติ) เนื่องจากก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่มากและอาจจะลุกลามไปที่กระเพาะปัสสาวะหรือลำไส้ทำให้มีเลือดออกจากกระเพาะปัสสาวะหรือลำไส้ได้

* มะเร็งรังไข่ ผู้ที่เป็นมะเร็งรังไข่อาจจะคลำพบก้อนที่ท้อง บางคนคิดว่าตัวเองอ้วน แต่ถ้าคลำที่ท้องแล้วรู้สึกว่าท้องใหญ่ขึ้นและแน่นมากถือว่าไม่ปกติ เพราะอาจจะเกิดจากมีก้อนและน้ำเกิดขึ้นในช่องท้อง

* มะเร็งมดลูก มีอาการเลือดออกผิดปกติ ส่วนใหญ่มักจะเกิดในผู้ที่อยู่ในวัยหลังหมดประจำเดือนไปแล้ว

ส่วนใหญ่มะเร็งในระบบสืบพันธุ์สตรีจะมีอาการเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด ยกเว้นมะเร็งรังไข่ที่มีอาการแน่นท้อง ท้องอืด คลำก้อนได้
///หมอชาวบ้าน