News in Asia

กรมการแพทย์แผนไทยฯ โชว์ 3 ตำรับยายอดฮิต

กรมการแพทย์แผนไทยฯ สานต่อตำรับยาในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จากคัมภีร์ใบลานสู่การใช้ประโยชน์ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข พร้อมชู 3 ตำรับยอดฮิต ทำใช้เองได้ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม กรณีใช้เพื่อการค้าต้องมีการขออนุญาตจากกรม เพื่อตอบแทนผลประโยชน์ให้แผ่นดินร้อยละ 3 จากการที่ละครเรื่องบุพเพสันนิวาส ได้นำเสนอ ถึงเหตุการณ์ในอดีตช่วงสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย

สะท้อนให้เห็นประเพณี สังคมและวัฒนธรรมของคนไทยในยุคนั้น รวมทั้งภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย มีหลาย ๆ ฉากของละครได้นำเสนอการใช้ประโยชน์จากสมุนไพรที่ใช้ดูแลสุขภาพในเบื้องต้น ดังนั้นเพื่อให้เชื่อมโยงกับสถานการณ์จริงในปัจจุบันและการอ้างอิงจากประวัติศาสตร์ ที่เกี่ยวข้องกับตำรับตำรายาที่สืบทอดมาถึงชนรุ่นหลังในปัจจุบัน ถือว่าเป็นมรดกทางภูมิปัญญาของคนไทย เมื่อละครช่วยปลุกความตระหนักรู้เกี่ยวกับองค์ความรู้เรื่องเครื่องยาไทย จึงอยากจะนำเสนอตำรับยาในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ที่มีการนำมาพัฒนาและใช้ประโยชน์จริงในยุคปัจจุบัน คือ ยาทาพระเส้น สรรพคุณ แก้ปวดเมื่อยตามเส้นเอ็น ตะคริว ยาน้ำมันมหาจักร สรรพคุณ รักษาแผลเรื้อรัง แผลเปื่อย และแก้ปวดเมื่อยร่างกาย และยาประคบคลายเส้น สรรพคุณ คลายกล้ามเนื้อและเส้น ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ได้มีการจดบันทึกตำรับยาที่ใช้ดูแลสุขภาพสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งเป็นตำราการแพทย์แผนไทยและตำรับเภสัชกรรมไทยฉบับแรกของประเทศไทย คือ ตำราพระโอสถพระนารายณ์ หรือ ตำราธาตุพระนารายณ์ คาดว่าเป็นตำราด้านการแพทย์ที่ดีที่สุดในสมัยนั้น เนื่องจากเป็นตำรับยาที่ปรุงถวายพระมหากษัตริย์ เป็นมรดกทางภูมิปัญญาของบรรพชนที่สะสมองค์ความรู้ มาพัฒนาและถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นต่อกัน มีการอธิบายถึงทฤษฎีการแพทย์แผนไทยว่า ความเจ็บป่วยไข้เกิดจากธาตุทั้ง 4 คือธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ ในร่างกายไม่สมดุล ตำราพระโอสถพระนารายณ์สรุปพระโรคและอาการไว้ แบ่งออกเป็น 5 กลุ่มโรค ได้แก่ 1. โรคและอาการของระบบทางเดินอาหาร 2. โรคและอาการที่เกี่ยวกับเส้นเอ็น กล้ามเนื้อ 3. โรคและอาการของระบบทางเดินหายใจและโรคตา 4.โรคติดเชื้อ 5. โรคและอาการไม่สบายอื่น ๆ เช่น ไข้ต่าง ๆ แมลงสัตว์กัดต่อย ผมร่วง และกล่าวถึงตำรับยา 81 ตำรับ พร้อมวิธีปรุงยาแบบโบราณ ซึ่งเรียบเรียงไว้ด้วยถ้อยคำที่ไพเราะ สละสลวย กระชับและชัดเจน มีสาระน่ารู้มากมายที่ปรากฎอยู่ในคัมภีร์. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth